Tool: save_memory — บันทึกคำพูดผู้ใช้แบบคำต่อคำ ห้ามโมเดล paraphrase เอง

ภาพประกอบ: Tool: save_memory — บันทึกคำพูดผู้ใช้แบบคำต่อคำ ห้ามโมเดล paraphrase เอง

save_memory เก็บข้อเท็จจริงหรือความต้องการที่ผู้ใช้ยืนยันแล้วไว้ใช้ในครั้งถัดไป ช่วยให้การทำงานต่อเนื่องมีบริบท โดยแยกออกจากเนื้อหาในคลังเอกสาร

Tool นี้คืออะไร

บันทึก note ลงไฟล์ความจำถาวรใต้ state directory ที่กำหนดไว้ — ทุก entry มี timestamp กำกับ ([YYYY-MM-DD HH:MM]) โหลดกลับเข้า context อัตโนมัติทุกครั้งที่เริ่ม session ใหม่ (ผ่าน _load_memory() ใน main.py) เหมือนกับหลักการของ remember ใน LOCAL AGENT TH

Agent เรียก tool นี้เมื่อไร

Trigger ชัดเจนจาก docstring: “จำไว้”, “บันทึกไว้”, “จำไว้ว่า”, “remember” — เป็น tool ที่ทำงานตามคำสั่งชัดเจนของผู้ใช้เท่านั้น ไม่ใช่โมเดลตัดสินใจเองว่าอะไรควรจำ

กฎที่เข้มงวดที่สุดในบรรดา tool ทั้งหมดของ RAG: ห้าม paraphrase

จุดที่โดดเด่นที่สุดของ tool นี้คือคำเตือนตัวหนา (IMPORTANT) ในตัว docstring เอง: “pass the user’s EXACT words as text — do NOT paraphrase, translate, or summarize” — นี่คือกฎที่เข้มงวดกว่า tool อื่นในชุดเดียวกันทั้งหมด เหตุผลตรงไปตรงมา: ความจำที่ถูกเก็บผิดเพี้ยนไปจากที่ผู้ใช้ตั้งใจพูด (แม้จะเป็นการ paraphrase ที่ดูเหมือนความหมายเดียวกัน) อาจทำให้ความจำระยะยาวค่อยๆ เบี่ยงเบนออกจากความจริงทีละนิดทุกครั้งที่มีการบันทึกใหม่ — การบังคับให้เก็บคำพูดต้นฉบับเป๊ะๆ (ไม่แปล ไม่สรุป ไม่ตีความ) รักษาความถูกต้องของความจำไว้ตลอดอายุการใช้งาน

เทียบกับ tool อื่นๆ ในระบบนิเวศนี้ที่บังคับให้กลั่นกรองข้อมูลก่อนเก็บ (ห้าม copy ต้นฉบับยาวๆ) เช่นเครื่องมือเก็บบันทึกระหว่างค้นคว้าของ agent ตัวอื่น — สองหลักการนี้ดูเหมือนขัดแย้งกันแต่จริงๆ ใช้ตรรกะเดียวกัน: ข้อมูลที่ดึงมาจากแหล่งอื่น ต้องกลั่นกรองเพื่อไม่ให้ context บวม ในขณะที่ save_memory เก็บคำพูดของผู้ใช้เองที่บอกให้จำโดยตรง (การกลั่นกรอง/สรุปคือการบิดเบือนเจตนาที่ชัดเจนของผู้ใช้)

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ

save_memory แสดงให้เห็นว่ากฎ “ต้องกลั่นกรองก่อนเก็บ” ที่เห็นใน tool อื่นๆ ไม่ใช่กฎสากลที่ใช้ได้ทุกที่ — ต้องพิจารณาว่าข้อมูลที่กำลังเก็บมาจากไหนและมีเจตนาอะไรกำกับ ข้อมูลที่ผู้ใช้บอกให้จำโดยตรง (ตั้งใจให้เก็บคำต่อคำ) กับข้อมูลที่ agent ดึงมาจากแหล่งอื่นระหว่างค้นคว้า (ต้องกลั่นกรองเพื่อประหยัด context) ต้องการนโยบายที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง แม้ทั้งคู่จะเรียกว่า “ความจำ” เหมือนกัน

อ่านเพิ่มเติม

ความคิดเห็น

กำลังโหลดความคิดเห็น...